ประโยชน์ของกะหล่ำปลี

หากจะพูดถึงผักที่ได้รับความนิยม ในการนำมาทำอาหารของคนไทยเราแล้วล่ะก็ กะหล่ำปลี ก็คงจะถือได้ว่าเป็นผักที่น่าจะมีคนนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ แน่ๆ

เพราะนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง ตั้งแต่การรับประทานสดๆ นำมาผัด หรือต้มเป็นแกงจืด แม้แต่การนำไปทอด ก็ยังสามารถทำได้

และกะหล่ำปลีที่เราพบเห็นอยู่บ่อยๆ ก็คือ กะหล่ำปลีธรรมดา และกะหล่ำปลีสีม่วง (แดง) ซึ่งต่างก็มีสรรพคุณ หรือประโยชน์ต่อสุขภาพ และความงามหลายประการด้วยกัน

ประโยชน์และสรรพคุณของกะหล่ำปลี

สร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว จึงทำให้ผิวมีความเต่งตึง ผ่องใส รวมไปถึงยังช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ในส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย

การรับประทานกะหล่ำปลี จะช่วยเพิ่มสารชนิดหนึ่ง ที่สาวๆ คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ สารที่มีชื่อว่า “กลูตาไธโอน” ซึ่งก็จะช่วยทำให้ผิวขาว และกระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย

ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดง่าย

เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

มีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก

มีความสามารถในการป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) ได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงของการลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก การรับประทานกะหล่ำปลี จะช่วยหยุดยั้งกระบวนการ ในการเปลี่ยนแป้งมาเป็นไขมันของร่างกาย

สามารถแก้อาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก เนื่องจากกะหล่ำปลี จะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่

ช่วยบำรุงรักษาการทำงานของไต

ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด แน่นท้อง

ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ลดอาการปวดท้อง

ช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ

ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อที่ต้องระวังเช่นกัน

เพราะการรับประทานกะหล่ำปลีแบบดิบๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดมีปัญหา เพราะอาจทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอกได้

ดังนั้น จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีเฉพาะที่ผ่านการทำให้สุกแล้วเสียก่อน

แต่ถ้าหากว่าต้องการที่จะรับประทานแบบดิบๆ เพราะชอบในรสชาติ ก็ไม่ควรรับประทานบ่อยครั้งจนเกินไป

เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาวนั่นเองค่ะ